






Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ
ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ
ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ
ผู้หญิงเขียน-แปล
การให้ผู้อื่นเข้าห้องนอนของสามี-ภริยา | การให้ผู้อื่นเข้าห้องนอนของสามี-ภริยา |
|
|
|
|
การให้ผู้อื่นเข้าห้องนอนของสามี-ภริยา ![]() โดย ชัยคฺ มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด ถอดความโดย หัฟเศ็าะฮฺ อัล-มุสลิมาต
ถาม ฉันใคร่อยากจะถามท่านว่า คู่สมรสที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ หรือสามี-ภริยาโดยทั่วไป อนุญาตยอมให้ผู้อื่นเข้าไปใช้ห้องนอนของพวกเขา หรือนอนบนเตียงของพวกเขาได้หรือไม่ ? เพราะคุณแม่ของสามีฉันชอบมานอนบนเตียงของเราเสมอเวลาที่เราทั้งสองไม่อยู่บ้าน และท่านชอบมาก้าวก่ายชีวิตสมรสของเราจังเลย
ตอบ อัล-หัมดุลิ้ลลาฮฺ ประการแรก สิ่งหนึ่งที่ไม่เป็นที่คลางแคลงสงสัยเลยก็คือ เตียงนอนของสามี-ภริยานั้นเป็นที่เฉพาะส่วนตัวจริงๆ คือเป็นที่ส่วนตัวสำหรับภริยา เป็นห้องที่อยู่ในสุดของบ้าน เป็นที่ที่นางถอดเปลี่ยนเสื้อผ้าและอยู่ตามลำพังเฉพาะกับสามีของนางเท่านั้น เป็นที่ที่นางไม่สามารถทำอะไรในที่อื่นได้นอกจากที่นี้ ที่เป็นที่ส่วนตัวอย่างยิ่งก็คือ เป็นที่ที่สตรีแต่งกายในชุดที่นางอยู่ตามลำพังได้ เป็นที่ที่นางสามารถแต่งตัวเสริมสวยได้ และสิ่งต่างๆที่ต้องทำในที่ส่วนตัวหรืออยู่ตามลำพังเฉพาะกับสามีเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถให้ผู้อื่นพบเห็นได้ เป็นที่ส่วนตัวเฉพาะสามี-ภริยาเท่านั้น ที่เรากล่าวมาแล้วนั้นเป็นหลักการขั้นพื้นฐาน ใครๆก็ตามต้องไม่คัดค้านหรือต่อต้านหลักการนี้ แต่ก็อาจมีบ้างในบางกรณีที่อนุโลมให้ญาติคนใดคนหนึ่งเข้ามาในที่ส่วนตัวนี้ได้ อาจจะเพราะบ้านเล็กคับแคบ อาจจะเพราะให้ญาติที่เป็นสตรีได้นอนหลับพักผ่อนเพราะไม่มีที่ที่เหมาะกว่านี่อีกแล้ว หรือด้วยเหตุผลอื่นที่จำเป็น แต่การอนุญาตนี้ต้องอยู่ในเงื่อนไข 1.ต้องจำเป็นจริงๆเท่านั้น 2.ต้องเก็บชุดชั้นใน ของทั้งสามี-ภริยาในที่ที่มิดชิดให้พ้นสายตาผู้คน หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นของส่วนตัว พึงสงวนไม่สมควรให้ผู้อื่นพบเห็น ก็เก็บให้พ้นสายตาด้วย 3.คนที่อนุญาตให้เข้ามาในห้องส่วนตัวได้นั้น จะต้องเป็นคนที่เชื่อถือได้ ไว้วางใจได้ มิเช่นนั้นแล้ว เขาจะยุ่งกับข้าวของส่วนตัวของสามี-ภริยาคู่นั้น หรือไม่ก็เห็นอะไรในห้องนั้นก็เอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง 4.สามีควรอนุญาตให้คนที่มีความจำเป็นและอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าวเข้ามาในห้องของเขาได้ แต่ถ้าหากสามีไม่ยอมให้ใครเข้า เขาผู้นั้นก็ไม่ควรไปถือโทษโกรธเคืองผู้เป็นสามีนั้น ในกรณีเดียวกัน สามีก็ไม่ควรอนุญาตให้ผู้ใดเข้าห้องนอน ถ้าภริยาของเขาไม่ชอบให้ใครเข้าไป แต่ถ้าหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ คนที่จะเข้าห้องนอนได้ต้องเป็นคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น แม่ของเขา หรือพี่น้องสาวของเขา เป็นต้น และเขาก็ควรจะขออณุญาตภริยาของเขาด้วย เพื่อการยินยอมพร้อมใจของนางและความสบายใจของนาง เงื่อนไขทั้ง 4 ประการนี้มาจากการวินิจฉัยของบรรดาอุละมาอ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส และปกป้องให้พ้นจากสิ่งไม่ดีงามทั้งหลายที่เข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น หรือปกป้องให้พ้นจากการที่จะทำให้ความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างคู่สมรสนั้นเสื่อมคลายลง รวมถึงการเข้าไปรับรู้ความลับของคู่สมรสนั้นแล้วเอาไปซุบซิบให้ผู้อื่นฟัง ท่านญาบิรฺ บิน อับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้รายงานว่า ท่านรสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า “จงเกรงกลัวอัลลอฮฺ เกี่ยวกับเรื่องสตรี อัลลอฮฺได้ประทานนางมาให้เป็นอะมานะฮฺของท่าน การอยู่ร่วมกับนางเป็นการส่วนตัวเป็นที่อนุมัติแก่ท่านด้วยดำรัสของอัลลอฮฺ สิทธิของท่านเหนือพวกนางก็คือ พวกนางจะต้องไม่ยอมให้ใครที่ท่านไม่ชอบ มานั่งในที่ของท่าน หากพวกนางกระทำดังกล่าว ก็จงเฆี่ยนพวกนางแต่อย่าให้ถึงกับบาดเจ็บหรือเป็นรอย (เป็นแนว หรือเป็นรอยพกช้ำจากการเฆี่ยนนั้น)” มุสลิม หมายเลข 1218 ท่านชัยคฺ มุหัมมัด อิบนิ ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน ร่อหิมะฮุ้ลลอฮฺ ได้กล่าวว่า ท่านรสูลุ้ลลอฮฺ ศ็อลลั้ลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ได้อธิบายถึงสิทธิและหน้าที่ของพวกนางไว้ว่า “สิทธิของท่านเหนือพวกนาง ก็คือพวกนางจะต้องไม่ยอมให้ใครที่ท่านไม่ชอบ มานั่งในที่ของท่าน” หมายความว่า พวกนางจะต้องไม่ยอมให้ใครเข้าไปอยู่บนที่ที่พวกนางนอน หรือที่อื่นๆ ถ้าท่านไม่ชอบให้ใครมานั่งบนที่ใดในบ้านของท่าน มันมีความหมายคล้ายกับว่า –อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง- คนผู้นั้นกำลังตีเสมอหรือทำตัวมีสถานะเยี่ยงท่าน คือหมายความว่า พวกนางไม่ควรให้เกียรติผู้ใดที่ท่านไม่ชอบ ถือเป็นการยกผู้อื่นเท่าเทียมกับท่าน โดยการให้เกียรติคนที่ท่านไม่ชอบ โดยการยอมให้เขานั่งบนที่ใดที่หนึ่งในบ้านของท่าน หรือโดยการเลี้ยงอาหารแก่เขา หรืออื่นๆ - จบข้อความที่อ้าง - จากหนังสือ “อธิบาย ริยาฎ อัศ-ศอลิฮีน” (3/126) ประการที่สอง เกี่ยวกับการเชื่อที่ว่า ถ้าใครมานอนบนเตียงของสามี-ภริยาคู่ใด มันจะเป็นลางบอกเหตุว่าสามี-ภริยาคู่นั้นจะมีปัญหาชีวิตคู่ต่อกัน นี่เป็นความเชื่อแบบญาฮิลียะฮฺ มุสลิมต้องไม่มีความเชื่อแบบนี้เพราะมันขัดกับหลักเตาหีด อิสลามไม่ยอมรับแนวคิดแบบนี้ และในชีวิตจริงก็ไม่มีอะไรที่จะยืนยันในความเชื่อนี้ ประการที่สาม ในประเด็นปัญหาของเธอเกี่ยวกับสามีและแม่ของเขานั้น เธอจำเป็นจะต้องใช้ความพยายามอย่างสุขุมรอบคอบและใช้วิธีการที่เหมาะสมที่สุด มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทบกระเทือนจิตใจกัน เธอจงถนอมน้ำใจสามีของเธอทำให้เขาสบายใจและมีความพึงพอใจในตัวเธอ โดยการทำดีและสุภาพอ่อนโยนต่อแม่ของเขา เธอจงปรนนิบัติแม่ของเขาให้แม่ของเขารักในตัวเธอ โดยการปรนนิบัตินางอย่างดี ให้ของขวัญแก่นาง พูดจาไพเราะอ่อนหวานต่อนาง เนื่องจากคำพูดที่สุภาพอ่อนโยนและการปรนนิบัติอย่างดีจะชนะใจคนได้ จงแสวงหารางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺสำหรับการอดทนต่อเรื่องหยุมหยิมจากแม่ของสามีและจงทำให้สามีของเธอสบายอกสบายใจ บางทีอัลลอฮฺจะเพิ่มพูนความรักและความเห็นอกเห็นใจระหว่างเธอกับนางให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ จงแสวงหาความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ ให้เธอได้สนองตอบสิทธิของสามีเธออย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และให้เธอได้อดทนต่อความยากลำบากต่างๆที่กำลังเผชิญอยู่ และขออัลลอฮฺให้เธอได้พบกับความสะดวกง่ายดายหลังจากความลำบาก ได้พบกับความโล่งอกผ่อนคลายหลังจากความยากเย็นแสนเข็ญ สำหรับเหตุผลมากมายที่แม่สามีไม่ค่อยจะชอบภริยาเท่าไรนัก และวิธีหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ โปรดดูในคำตอบได้ในคำถามหมายเลข 84036 วัลลอฮุ อะอฺลัม - และอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง
จากคำถามหมายเลข 113761 |
| ถัดไป > |
|---|
| Home |
| บทความ |
| กิจกรรม |
| มุสลิมะฮฺทูเดย์ |
| Muslimah Meeting |
| Mulsimah Training |