|
ค่าของเธอ....ปริญญา โดย อุมมุ มุญาฮิด ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงปราณีเสมอ ผู้ทรงสร้างและบริหาร ผู้ทรงให้ชีวิตและเรียกมันกลับคืน ผู้ซึ่งทุกชีวิตและสรรพสิ่งอยู่ภายใต้พระประสงค์ของพระองค์ ผู้เป็นเจ้าของแด่มวลการสรรเสริญทั้งหลาย มหาบริสุทธิ์แห่งอัลลอฮฺ ขอเราทั้งหลายรอดพ้นจากการอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคีด้วยเถิด แด่พี่น้องร่วมศรัทธาที่รัก การมีชีวิตอยู่ของมนุษย์บนดุนยานี้นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่เราที่เราจะต้องเรียนรู้ว่า ชีวิตคืออะไร? เราเกิดมาบนโลกนี้เพื่ออะไร? และมันจะสิ้นสุดลงไปอย่างไร? เป็นสิ่งที่น่าเสียดายยิ่ง ที่มนุษย์คนหนึ่งเกิดมารู้จักเพียงการหายใจเข้าออกเท่านั้น แต่กลับไม่รู้ว่าเขาหายใจเข้าออกได้อย่างไร หรือรู้จักเพียงการเดิน การเคลื่อนไหว แต่ไม่เคยหาคำตอบให้กับสิ่งเหล่านี้ไม่รู้ว่ามันดำเนินไปได้อย่างไร? ทั้งที่มันสิ่งที่ติดอยู่กับตัวเรา แต่กลับมีน้อยคนนักที่มองเห็นและใคร่ครวญหาคำตอบกับมัน เพราะบางครั้งใบปริญญาที่ได้มานั้นไม่สามารถตอบคำถามให้แก่หัวใจของเราได้ นอกจากเป็นเพียงคุณค่าที่สังคมประดับขึ้น ตกแต่งขึ้นให้สังคมดูมีคุณค่าเท่านั้นเอง การศึกษาการเรียนรู้และพิจารณาใคร่ครวญเท่านั้นจะทำให้เรารับรู้ได้ ภายใต้ห้องเรียนของอัลลอฮฺนั้นไม่มีชั่วโมงแน่นอน เพราะมันอยุ่ในทุกวินาทีและเวลาที่เรายังหายใจ ไม่สถานที่กำหนดเพราะมันอยู่ในทุกตารางนิ้วที่เรียกว่า “ดุนยา” กับหน่วยกิจที่คิดจากความตักวา ผลสอบไม่มีกำหนดออกแน่นอนเราจึงต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมเสมอ หากคะแนนสะสมจากความตักวามีมากพอเขาคือผู้ที่ผ่านและปลอดภัย แต่หากไร้ซึ่งตักวาและความดีที่มีค่า ณ อัลลอฮฺ ใดๆ แล้ว เขาจะต้องเป็นผู้ที่หายนะอย่างหมดทางแก้ไข เมื่อเป็นดังนั้นแล้วใยเราจึงทุ่มเทให้กับใบปริญญาที่ไม่มีค่าแม้ธุลีเดียวในวันแห่งการตอบแทนนั้นมากกว่าการดูแลตักวาในหัวใจเล่า? อัลลอฮ์ไม่ได้บอกให้เรามุ่งหวังแค่เพียงสิ่งในดุนยานั้โดยหลงลืมอาเครัต และในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ใช้ให้เราละทิ้งดุนยาโดยมุ่งหวังแต่เพียงอาเครัตเช่นกัน แต่จุดมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่ในดุนยาก็เพื่อกลับไปรับผลของมัน และเพื่อไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของดุนยาดังที่พระองค์ทรงย้ำเตือนเราหลายอายะฮฺในอัลกุรอ่านซึ่งมีความหมายว่า “ โอ้มนุษย์เอ๋ย! แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นจริงเสมอ ดังนั้นอย่าให้การดำรงชีวิตบนดุนยานี้ ล่อลวงพวกเจ้า และอย่าให้การหลอกล่อ(ชัยฏอน) มาหลอกลวงพวกเจ้า เกี่ยวกับอัลลอฮฺเป็นอันขาด” (อัลกุรอ่าน 35:5) ท่ามกลางสังคมดุนยาในยุคสุดท้าย กับกระแส ญาฮิลิยะฮฺ เช่นนี้ มุสลิมเปรียบเสมือนยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบที่เราจะประมาทไม่ได้ แม้วินาทีเดียวเขาต้องจับดาบหรืออาวุธ ซึ่งก็คืออิสลามเป็นอาวุธที่หลอมและประกอบด้วยความรู้ ความเข้าใจอิสลามอย่างแท้จริง เราต้องจับให้มั่นด้วยความหนักแน่นที่มาจากหัวใจ และต่อสู้กับศัตรูในสนามแห่งญาฮิลิยะฮอย่างอาจหาญ และภาคภูมิใจ เราต้องยืนหยัดต่อสู้จนลมหายใจสุดท้าย และไม่ปล่อยอิสลามออกจากมือเราเด็ดขาด อีกทั้งต้องสร้างกำลังใจต่อพี่น้องให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ในมือเขาว่าเป็นสิ่งที่มีเกียรติเหนือศัตรู เพราะจำนวนไม่น้อยที่เขาทำลายชีวิตตัวเองด้วยการหลงกลของชัยฎอน จนอธรรมต่อตนเองทิ้งอาวุธอันทรงเกียรติ โดยเห็นแก่ความสวยงามและเอร็ดอร่อยที่ดุนยาหยิบยื่นให้ โดยท้ายที่สุดแล้วมันไม่ต่างอะไรจากการเฉือนเนื้อตัวเองออกมาปรุงอาหารจานโปรด แต่เขามองไม่เห็นและยังไม่รู้สึกเท่านั้นเอง!!!!! ดังนั้นการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางกระแสญาฮิลิยะฮฺ ในปัจจุบันนั้นหากเราไม่ใคร่ครวญให้ดีแล้วมันจะไม่ใช่การมีชีวิตอยู่ได้เลย เพราะร่างกายจะไม่มีชีวิต เว้นแต่จะต้องมีวิญญาณ และวิญญาณจะไม่มีชีวิตได้ เว้นแต่จะต้องมีอัลกรุอ่าน ซึ่งได้สะท้อนออกมาเป็นการปฏิบัติเป็นแบบอย่างโดยท่านศาสดามูฮำหมัด (ซ.ล.) ดังนั้นการกลับไปศึกษาถึงการมีชีวิตอยู่ของวิญญาณนั่นคือ อัลกรุอ่านและซุนนะฮฺ เท่านั้นคือหนทางการมีชีวิตอยู่ และการรอดพ้นที่แท้จริง แล้วเราจะได้รู้ว่าเราหายใจเข้าออกได้อย่างไร เคลื่อนไหวได้อย่างไร การตักเตือนกันในวันนั้นเป็นเพียงหน้าที่หนึ่งของวิญญาณที่ทำตามคำสั่งใช้ แต่อีกวิญญาณหนึ่งจะรับรู้และเข้าใจหรือไม่นั้น อัลลอฮ. เป็นผู้ดูแลหัวใจของเขา ดังนั้นหากต้องการจะโลดแล่นบนดุนยานี้ หรือดื่มด่ำกับความเอร็ดอร่อยบนดุนยานี้ อย่างผู้หลงลืมคงไม่มีใครหน้าไหนห้ามหัวใจใครได้ แล้วเราจะเอาอะไรกลับไปในวันนั้น เพื่อไถ่ความหลงลืมและเนรคุณของวิญญาณของเราต่ออัลลอฮฺเล่า? จงใคร่ครวญหาคำตอบเสียตั้งแต่วินาทีนี้ก่อนจะหมดโอกาสเถิด!!!! ................................
ดู บทความอื่น ๆ ในหมวด "ผู้่หญิงเขียน-แปล"
|