• Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • default color
  • red color


Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ        

           ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
           ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ

  •  
  •  
  •  
  •  
Home arrow เขียนให้ผู้หญิง arrow ตะบัรรุจญฺ - การอวดโฉม
ตะบัรรุจญฺ - การอวดโฉม PDF พิมพ์ อีเมล์

 ตะบัรรุจญฺ - การอวดโฉม
นิยามและความเสียหาย

 

อบู ฮัมซะฮฺ เรียบเรียง

 

 

ความหมายของ ตะบัรรุจญฺ  ปรากฏใน กอมูส (ปทานุกรม) คือ การที่หญิงสาวผู้หนึ่งได้อวดเครื่องประดับ และความสวยงาม(ของเรือนร่างและเสน่ห์ของนาง)แก่ชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของนาง

            ท่านอิหม่ามบุคอรียฺ ได้ให้ความหมายของคำว่า อัตตะบัรรุจ ว่า  การที่สตรีนำเอาส่วนสวยงามของนางมาแสดง

อัลกรุอาน ได้พูดถึง ตะบัรรุจญฺ ด้วยคำสั่งห้ามมิให้มุอฺมินะฮฺ (หญิงผู้ศรัทธา) ลอกแบบการตะบัรรุจญฺของผู้หญิงในยุคก่อนอิสลาม ยุคญาฮิลิญะฮฺ)ไว้ว่า 

และจงอย่าได้อวดความงาม(ของพวกเธอ) เช่นการอวดความงาม (ของพวกสตรี)แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน (อัลกุรอาน 33:33)

ท่านอิหม่าม มุญาฮิด ได้อธิบายอายะฮฺนี้ว่า คือการที่ผู้หญิงได้เดินออกไปนอกบ้านและปะปนกับกลุ่มผู้ชาย

 

 นอกจากนี้อิสลามยังได้ห้ามสตรีมุสลิมจากการกระทำต่อไปนี้อีกด้วย

--  การที่เธอไม่สวมผ้าคลุมศรีษะ (หิญาบ) หรือแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ไม่สามารถปกปิดเอาเราะฮฺ (เรือนร่างของเธอเว้นแต่ใบหน้าและฝ่ามือ)ของเธอได้

--  เธอสวมหิญาบแล้วแต่หิญาบของเธอไม่ยาวพอที่จะปิดส่วนคอและหน้าอก เพราะหิญาบนั้นมิใช่เพื่อปกปิดศีรษะเท่านั้น

--  การที่เธอนำเอาทองคำ ,อัญมณีต่างๆ มาประดับกายจนมองเห็นได้อย่างเปิดเผยจากภายนอก (มีทัศนะยกเว้นเครื่องประดับที่อย่างไรก็ต้องเห็นจากภายนอกเช่น แหวน)

--  แม้ว่าเครื่องประดับต่างๆของเธอเช่นกำไล สร้อยคอ ต่างหู จะซ่อนอยู่หลังเสื้อผ้า แต่หากว่าการเคลื่อนไหวด้วยการเดินหรือวิ่ง ทำให้คนอื่นได้ยินเสียงของเครื่องประดับเหล่านั้น ดังปรากฏในอัล กุรอานว่า  

และอย่าให้พวกเธอกระทืบเท้าของพวกเธอ  เพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ” (อัลกุรอาน 24:31) 

ท่านอิบนุกะษีร ได้อธิบายความหมายของอายะฮฺนี้ว่า ผู้หญิงในยุคญาฮิลิยะฮฺ นางเดินไปตามถนนโดยสวมกำไลข้อเท้า แต่ไม่มีใครรู้  เมื่อผ่านหน้าผู้ชาย พวกเธอก็กระทืบเท้าเพื่อให้พวกเขาได้ยินเสียงของกำไลของพวกเธอ

--  การที่เธอสวมหิญาบแล้วแต่หิญาบของเธอได้กลายเป็นเครื่องประดับโดยตัวของมันเอง เพราะการที่เธอนำเอาแฟชั่นไปประยุกต์ หรือเธอนำเอาเครื่องประดับอัญมณีอื่นๆเข้าไปเสริมแต่ง  จนทำให้ดวงหน้าของเธอโดดเด่น มีเสน่ห์ ชวนให้น่ามองเมื่อได้สวมมัน

--  เธอได้ดัดเสียงของเธอให้อ่อนหวานจนเกินงาม เพราะน้ำเสียงที่ออดอ้อนของเธอมีผลให้เกิดความปั่นปวนในใจของบุรุษได้ง่าย ดังนั้นการพูดเสียงเล็กเสียงน้อยก็เป็นข้อห้ามเช่นกัน ดังปรากฏในอัล กุรอานว่า 

เธอทั้งหลายจงอย่าพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน มิเช่นนั้นผู้ที่หัวใจของเขามีโรคก็จะมีความปรารถนาในตัวนาง” (อัลกุรอาน 33:32) 

--  การที่เธอพรมน้ำหอมจนมีกลิ่นโชยออกไป และมีเจตนาให้ผู้อื่นได้กลิ่นนั้น ดังปรากฏในหะดีษที่ว่า 

 สตรีคนใดที่ใส่น้ำหอมแล้วนางออกจากบ้าน และเดินผ่านชนกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้พวกเขาได้กลิ่นของนาง นางคือหญิงที่ทำซินา   รายงานโดย อัน-นาสาอียฺ 

 

             อิสลามมิใช่ศาสนาที่มุ่งเอาแต่จ้องจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษด้วยการโบยหรือการขว้าง  แต่เป็นศาสนาที่วางแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการป้องกันเป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งนี้ประจักษ์ได้ด้วยการมองอย่างไม่อคติ 

            ดังนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่าสถิติอาชญากรรมทางเพศในสังคมตะวันตกที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวนั้นเป็นเพราะกรอบความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายได้ถูกทลายลงมาในนามสิทธิสตรีและความเสมอภาคระหว่างสองเพศ ผู้หญิงได้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรไปอยู่ ...

เป็นสังคมที่มีการปะปนกันอย่างเสรีทั้งชายและหญิงในที่ทำงาน โรงเรียน รวมถึงค่านิยมที่เรียกร้องให้ผู้หญิงตามแฟชั่นเสื้อผ้าที่แข่งขันกันเปิดเอาเราะฮฺ 

เป็นสังคมที่ติดตามด้วยการสนับสนุนความชั่วนี้อย่างบ้าคลั่งของสื่อต่างๆด้วยการผลิตภาพยนตร์  รายการในทีวี นิตยสาร ที่แฝงด้วยยาพิษในเรื่องเพศจนเป็นเรื่องธรรมดาไปทั่วโลก...  จนสามารถกล่าวได้ว่า เด็กชายคนหนึ่งหากเขานั่งดูทีวีสัก 15 นาที หรือเขากวาดสายตาที่แผงหนังสือหน้าปากซอย ความสะอาดของจิตใจของเด็กคนนั้นจะถูกทำร้ายอย่างแน่นอน 

             วิถีชีวิตของผู้ที่บูชาวัตถุช่างห่างไกลจากแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม  เสียเหลือเกิน  ซัยยิด กุฏบฺ เมื่อครั้งได้ไปเยือนอเมริกาและได้เห็นความเสียหายของสังคมที่นั่น ท่านยิ่งเกิดความเชื่อมั่นเป็นเท่าทวีคูณว่า อิสลามเท่านั้นคือ ทางแห่งสัจจะที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์

 

            บทความชิ้นนี้ ขอจบด้วยวจนะของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม  ที่แสดงให้เห็นถึงการป้องกันปัญหาเสื่อมเสียด้านศีลธรรมทางเพศ ด้วยการวางกรอบความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงอย่างรัดกุม  

มิใช่ดอกหรือ ที่ชายจะไม่อยู่กันตามลำพังกับหญิงสาว เว้นแต่ชัยตอนจะเป็นบุคคลที่สามของพวกเขา” (รายงานโดยอัต ติรมิซียฺ)

 

 

.......................................

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >