|
การแต่งงาน : จุดพลิกผันของคนทำงานอิสลาม
การแต่งงานเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนทำงานอิสลาม โดยส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาอย่างมากมาย ซึ่งไม่เพียงแต่ชีวิตคนทำงานอิสลามเท่านั้น แม้แต่ชีวิตของคนทั้งหมดก็เช่นกัน พวกเธอเป็นได้ทั้งแหล่งที่มาของความเป็นศิริมงคล( نعمة - นิอฺมะฮฺ) หรือสาเหตุแห่งความวิบัติ(نقمة - นิกฺมะฮฺ)
จากชีวิตการทำงานอิสลามในอดีตปรากฏว่ามีตัวอย่างทั้งสองสภาพนี้อย่างมากมาย คนทำงานอิสลามบางคน อิสลามในตัวเขาพัฒนาขึ้นหลังจากแต่งงาน การก้าวเดินของเขามั่นคงขึ้น การสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้งอกเงยขึ้นมากมาย แต่บางคนชีวิตของเขาต่างถอยหลังลงคลองหลังจากผ่านการแต่งงาน อิสลามในตัวเขาเสื่อมโทรมลง เขาสูญเสียบุคลิกลักษณะแบบอิสลามไป จนถึงขึ้นหายไปจากเวทีแห่งการทำงานอิสลาม และลืมเรื่องการทำงานอิสลามไปเลย ไม่ต้องสงสัยผลลัพธ์ย่อมมีสาเหตุเหมือนดังสุภาษิตที่ว่า
เห็นมูลอูฐย่อมเห็นตัวอูฐ (มีควันก็ย่อมมีไฟ)
ฉะนั้นผู้ที่ล้มเหลวในชีวิตสมรส ก็คือคนที่ไม่ได้เอาอิสลามและเงื่อนไขต่างๆนำมาใช้ในช่วงต้นของเส้นทางแห่งการทำงานอิสลาม ภาพที่สวยงามแต่ภายนอกได้ปิดบังสัจธรรมจนมืดมิด เปลือกที่ห่อหุ้มอยู่ทำให้เขาวุ่นวายจนหาแก่นแท้ภายในไม่พบการกระทำของเขาจึงตกอยู่ในอำนาจของความชั่วแล้วเขาจึงสำนึกผิด แต่ก็สายเกินไปแล้ว เพื่อที่จะปกป้องชีวิตการแต่งงานจากตัวอย่างที่ล้มเหลวข้างต้น อิสลามได้วางหลักการและพื้นฐาน เพื่อทำให้บ้านเรือนของคู่ชีวิตเป็นไปตามครรลองอิสลาม เพื่อจะทำให้แต่ละชีวิตมีความสุข และทายาทที่กำเนิดมาเป็นคนดี
ต่อไปนี้คือหลักการและพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคู่ 
1- เหนียตให้ดี อิสลามส่งเสริมให้มีความตั้งใจเพื่อการครองคู่เป็นเบื้องต้น โดยถือว่าทำให้ศาสนาสมบูรณ์ดังที่ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวว่า ใครก็ตามที่อัลลอฮประทานสตรีที่ดีให้เท่ากับว่าพระองค์ทรงช่วยเหลือเขาเกี่ยวกับศาสนาไปครึ่งหนึ่ง ดังนั้น จงสำรวจตนต่ออัลลอฮฺ ซึ่งเป็นครึ่งที่เหลือ (รายงานโดย เฏาะบะรอนียฺ ในอัล เอาสัฏ โดยท่านอัล ฮากิมบอกว่า สายรายงานนี้เศาะฮีฮฺ) และในสายรายงานของอัล บัยฮะกียฺ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวว่า เมื่อบ่าวคนใดได้แต่งงาน เท่ากับว่าเขาได้ทำให้ศาสนาสมบูรณ์ไปครึ่งหนึ่ง ดังนั้นจงสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ ซึ่งเป็นครึ่งที่เหลือ เช่นเดียวกันอิสลามได้เร่งเร้าให้มีการครองคู่ ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการสร้างชีวิตให้มั่นคง ขัดเกลาชีวิตให้บริสุทธิ์ และขับดันชีวิตเข้าสู่เส้นทางแห่งการฏออะฮฺ (طاعة - เชื่อฟังปฏิบัติตาม) และตะอัฟฟุฟ( تعفف - การครองตนให้บริสุทธิ์) รายงานจากท่านอัลดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม กล่าวว่า โอ้ กลุ่มชะบาบ – คนหนุ่มสาว - ใครบ้างที่สามารถแต่งงานครองคู่ได้ก็จงแต่งงานเถิด และหากใครยังไม่มีความสามารถก็จงถือศีลอดไปก่อน เพราะว่าการถือศีลอดจะช่วยละลายความปรารถนาได้ ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวอีกว่า สิทธิ 3 ประการที่เป็นหน้าที่ที่อัลลอฮฺจะช่วยพวกเขา (1) อัล-มุญาฮิด นักต่อสู้ในหนทางของพระองค์ (2)อัล-มุกาตับ ทาส(ทีสามารถปลดปล่อยด้วยการไถ่ตัว) ที่ต้องการจ่ายค่าไถ่ตัว (3)อัน-นากิหฺคนครองคู่ที่ต้องการรักษาความบริสุทธิ์ (รายงานโดยติรมิซียฺ โดยกล่าวว่าเป็นหะดิษที่ฮะซันเศาะฮีฮฺ) เช่นเดียวกัน อิสลามได้กระตุ้นให้เกิดความมุ่งมั่นในการครองคู่ การสร้างครอบครัวมุสลิม เพื่อให้เป็นรากฐานในการก่อตั้งสังคมต่อไป อัล-กุรอานถือว่านี่เป็นความต้องการอย่างแรงกล้าสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา ดังที่ปรากฎในอัลกุรอานว่า 25:74 และบรรดาผู้กล่าวว่า ข้าแต่ผู้อภิบาลของเรา! ได้ทรงโปรดประทานแก่เราซึ่งคู่ครองของเรา และลูกๆของเราเป็นที่เย็นตาแก่สายตา และได้ทรงโปรดทำให้เราเป็นแบบอย่างของปวงผู้สำรวมตนจากความชั่ว เมื่อความปรารถนาทางเพศมีเป้าหมายเพื่อการครองคู่ ชีวิตทางเพศก็กลายเป็นการอิบาดะฮฺชนิดหนึ่ง พวกเขาก็เป็นบ่าวที่ดีด้วยเหตุนี้เอง

2-เลือกให้ถูก ขั้นแรกอิสลามได้ตอกย้ำเกี่ยวกับการเลือกคู่ครองที่ถูกต้องเพื่อเป็นคู่ชีวิต อิสลามถือว่า การเลือกคู่ครองที่ถูกต้องเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเปลี่ยนชีวิตคู่มาเป็นชีวิตแบบอิสลามบรรลุผลได้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้ชีวิตคู่เข้ากันได้ด้วยดี ดังที่ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวว่า จงเลือก(แม่ที่ดี) สำหรับลูกๆของพวกท่าน เพื่อสายพันธุ์จะสืบต่อไปได้ (รายงานโดยติรมิซียฺ เป็นฮะดีษ ฮะซันเศาะฮีฮฺ) ทุกวันนี้เรายอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะหามุสลิมะฮฺสักคน แต่การเลือกที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา แม้ว่าเราอาจจะหาผู้หญิงตามคุณสมบัติที่เราต้องการไม่ได้ แต่เรายังคงสามารถหาใครสักคนหนึ่งที่มีอุปนิสัยและศักยภาพบางอย่างพอที่จะพัฒนาไปได้ อิสลามย้ำว่า บุคลิกที่ดีและการมีศาสนาเป็นเงื่อนไงพื้นฐานสำหรับการเลือกคู่ครองที่ถูกต้อง และเตือนถึงผลลัพธ์ของการดิ้นรนที่จะครอบครองความสวยงาม ทรัพย์สมบัติและสถานภาพทางสังคม อิสลามอธิบายว่า ความสวยงามทางบุคลิกภาพเป็นสิ่งยืนยาวกว่าความสวยงามทางรูปลักษณ์ และทรัพย์สมบัติทางจิตวิญญาณ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าทรัพย์สมบัติทางวัตถุ ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า อย่าแต่งงานกับหญิงเนื่องจากความสวยงามของนาง บางทีความสวยของนางอาจนำนางไปสู่การทำลายล้าง และอย่าแต่งงานกับนางเนื่องจากทรัพย์สมบัติของนาง บางทีทรัพย์สมบัติอาจเป็นสาเหตุให้นางหยิ่งยะโส แต่จงแต่งงานกับนางด้วยศาสนาของนาง และทาสหญิงที่งุ่มง่าม จมูกกว้างที่มีศรัทธาย่อมดีกว่า (ลักษณะตามข้างบน) (รายงานโดย อิบนิ มาญะฮฺ) ช่างเป็นเรื่องที่ดีถ้าผู้หญิงคนหนึ่งมีทั้งความสวยงามทั้งร่างกายและจิตใจ ในกรณีนี้เธอก็จะเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัมได้กล่าวว่า ภรรยาที่ดีของพวกท่านคือภรรยาที่สร้างความพึงพอใจแก่สามีเมื่อเขามองนาง นางเชื่อฟังเขาเมื่อเขาสั่งนางและปกป้องบุคคลและทรัพย์สินของเขาเมื่อเขาไม่ได้อยู่กับนาง (รายงานโดย นะซาอียฺ จากหะดิษของอบูฮุรอยเราะฮฺ) ดังนั้น ขอให้พี่น้องที่กำลังหาผู้หญิงที่มีรูปร่างที่ดึงดูดมากกกว่ามีบุคคลิกภาพที่ดี และผู้หญิงที่มีทรัพย์สินมากกว่ามีคุณสมบัติที่ดีให้ตระหนักและระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มาก ขอให้พวกเขายอมรับหลักการและคำสั่งต่างๆของอิสลาม และต่อสู้กับความต้องการของชัยฏอนในจิตใจของพวกเขา ขอให้พวกเขาตอบรับค่าเรียกร้องของอัลลอฮฺ ตามอายะฮฺอัล-กุรอานต่อไปนี้ 24:32 และจงแต่งงานกับผู้ที่เป็นโสดในหมู่สูเจ้า และคนที่เหมาะสมจากปวงบ่าวผู้ชายของสูเจ้า และบ่าวผู้หญิงของสูเจ้า ถ้าหากเขายากจน อัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขามั่งคั่ง จากความโปรดปรานของพระองค์ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงไพบูลย์ผู้ทรงรอบรู้ จากนั้นขอให้พวกเขาเอาใจใส่ต่อคำกล่าวของท่านเราะซูลศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ที่ว่า ใครก็ตามที่แต่งงานกับผู้หญิงเนื่องด้วยสถานภาพที่สูงส่งของเธอ อัลลอฮฺจะไม่เพิ่มสื่งใดแก่เขาเว้นแต่ความต่ำต้อย ใครก็ต่ามแต่งงานกับผู้หญิงด้วยทรัพย์สมบัติของเธออัลลอฮฺจะไม่เพิ่มสิ่งใดนอกจากความยากจน ใครก็ตามแต่งงานกับผู้หญิงด้วยเชื้อสายของเธออัลลอฮฺจะไม่เพิ่มสิ่งใดนอกจากความตกต่ำ แต่ใครก็ตามที่แต่งงานกับผู้หญิงโดยต้องการเพียงลดสายตาและปกป้องความบริสุทธิ์หรือเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ที่ดี อัลลอฮฺจะประทานพรแก่เขา ในตัวเธอ และแก่เธอในตัวเขา (รายงานโดยเฏาะบะรอนี ในอัล-เอาสัฎ)

3 – ทางสายกลางในเรื่องเพศ อิสลามได้เตือนให้ทราบถึงผลลัพธ์ของการที่คนหนึ่งๆได้คล้อยตามอารมณ์และความสัมพันธ์ทางเพศที่เลยเถิด เพื่อป้องกันสมดุลของความรู้สึกที่ถูกรบกวนโดยกิเลส และป้องกันมนุษย์ไม่ให้ตกเป็นทาสของตัณหาและอารมณ์ชั่ววูบ ท่านอิบรอฮีม อิบนุ อัดฮาม ได้กล่าวว่า ใครก็ตามที่หมกมุ่นแต่เรื่องเพศ จะไม่มีความดีใดๆออกมาจากเขา เป็นความจริงที่ว่า อิสลามห้ามการหมกมุ่นต่อทุกสิ่ง แม้สิ่งนั้นจะเป็นที่อนุมัติก็ตาม ความเลยเถิดในบางสิ่งเป็นอันตราย ฉะนั้นการดำรงอยู่บนสายกลางย่อมดีที่สุดในทุกกรณี

4 –ไม่ตกเป็นทาสของคู่ครอง อิสลามได้ตักเตือนสามีที่สนองตอบต่อความต้องการทุกอย่างจากภรรยาของเขา นี้เป็นการป้องกันบุคลิกภาพและอำนาจของผู้ชายไม่ให้อ่อนแอและสูญสิ้น ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นก็จะเป็นการทำให้ชีวิตครอบครัวและทุกๆคนล้มสลายลง อิหมามเฆาะซาลีได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหนังสือ อัล-อิหฺยาอฺ ว่า “บุคลิกภาพของผู้หญิงเหมือนบุคลิกภาพของพวกท่าน ถ้าท่านให้อำนาจอิสระชั่วระยะเวลาสั้นๆ(แก่บุคลิกภาพของท่าน) มันก็จะดื้อดึงในระยะยาว และถ้าท่านให้มันไป 1 นิ้ว มันก็จะเอา 1 ไมล์ แต่ถ้าท่านจำกัดมันและกำมันให้แน่นในเวลาที่เหมาะสมท่านก็จะควบคุมมันได้” ฉะนั้น บุคลิกลักษณะของผู้ชายจึงมีบทบาทสำคัญมากในชีวิตคู่ ถ้าชายไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตภรรยาของเขา ไม่ว่าอุดมคติ แบบอย่างที่ดีจากคนที่หล่อนรู้สึกมุ่งมั่นและปฏิบัติตามแล้ว ความสัมพันธ์ทางการแต่งงานนั้นก็จะไม่สามารถเข้ากันได้ด้วยดีอย่างแน่นอน บางทีสามีบางคนเชื่อว่าไม่มีอันตรายใดๆเพียงแต่แก้ไขง่ายๆโดยการละทิ้งชีวิตสมรสเสีย แต่หลังจากนั้น เขาก็ตกเป็นเหยื่อของความเขลาของตัวเองในชีวิตที่เหลืออยู่ ความจริงแล้วเขาต้องกล่าวว่า “นี่เป็นวันแรกซึ่งจะทำให้อนาคตการแต่งงานและการเป็นสามีนั้นดีได้” ฉะนั้น หน้าที่รับผิดชอบ ต้องเป็นความสำนึกและได้รับการเอาใจใส่อย่างมาก ณ เวลานี้มากกว่าเวลาต่อๆมา สามีต้องไม่ตอบสนองความต้องการของภรรยาที่เกินขอบเขตถึงขั้นที่ว่าเขาทำให้เขาทำให้บุคลิกภาพของภรรยาของเขาเสื่อมลงและเธอไม่เคารพเขาอีกต่อไป เขาต้องฉลาดและมีความสามารถพอที่จะประเมินเรื่องต่างๆในทัศนะของอิสลามและให้เธฑอยืนอยู่ในจุดที่ถูกต้อง ท่านอัล ฮะะซัน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ หลานของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวว่า “ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ไม่มีผู้ชายคนใดที่เริ่มเชื่อฟังต่อความต้องการภรรยาของเขาทุกสิ่ง เว้นแต่อัลลอฮฺ จะโยนเขาเข้าสู่ไฟนรก” ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม กล่าวว่า ช่างน่าอนาถ คือคนที่เป็นทาสของภรรยา กล่าวสรุปว่า การครองคู่ชีวิตเป็นจุดพลิกผันที่อันตรายเป็นอย่างยิ่งของชีวิตคนทำงานอิสลามและมันอาจเป็นการสูญเสียหรือล้มเหลวที่เขาจะประสบเป็นครั้งแรก ในทางกลับกัน ถ้าเราดำเนินไปตามอิสลามและตามตัวอย่างของการทำงานอิสลามจากชีวิตสมรสที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เราก็จะสร้างชัยชนะให้แก่ขบวนการอิสลาม ด้วยทำใหัมันมีบุคลิกภาพที่โดดเดี่ยวยิ่งขึ้น และมีผลในทางปฏิบัติ เป็นความจริงที่ว่าปัญหาความล้มเหลวในชีวิตสมรสของคนทำงานอิสลาม ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากว่าถ้ามันเกิดขึ้นบ่อยๆก็จะทำให้งานอิสลามต้องสูญเสียคนทำงานอิสลามที่ดีที่สุดไป ถ้างานอิสลามได้ทุ่มเทพลังในการหล่อหลอมคนทำงานอิสลามขึ้นมา ภาระต่อไปก็คือต้องกระตือรือร้นที่จะปกป้องพวกเขาจากความล้มเหลวและถูกทำลาย ดังนั้นถ้านี่เป็นเรื่องสำคัญที่เราสร้างขึ้น หน้าที่ต่อไปที่สำคัญมากกว่าก็คือ เราต้องปกป้องรักษาในสิ่งที่เราได้สร้างและปกป้องจากความวิบัติต่างๆ ……………………………….. หมายเหตุ หะดีษที่ปรากฏในเอกสารนี้ ผู้แปลไม่ได้ตรวจทานและจัดระดับความเศาะฮีฮฺ แต่เนื่องจากเนื้อหาไม่ได้ใช้ในแง่ฮูก่ม ผู้แปลก็ปล่อยไว้ ดู บทความอื่น ๆ ในหมวด "เขียนให้ผู้หญิง"
|