
ความรักที่ลงเอยด้วยการแต่งงาน หะรอมหรือไม่ ?
ตอบคำถามโดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด ถอดความโดย หัฟเศ็าะฮฺ อัล-มุสลิมาต
ถาม : ความรักที่ลงเอยด้วยการแต่งงาน หะรอมหรือไม่? ตอบ : อัล-หัมดุลิ้ลลาฮฺ
ประการแรก ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างชายกับหญิงที่ไม่ใช่มะหฺร็อม จนพัฒนาขึ้นถึงขั้นที่ผู้คนทั่วไปเรียกกันว่า “ความรัก” นั้น ประกอบไปด้วยสิ่งหะรอมหลายอย่างซึ่งเป็นการฝ่าฝืนชะรีอฺะฮฺและขอบเขตทางศีลธรรม
คนที่มีสติปัญญาจะไม่มีความสงสัยเลยว่า ความสัมพันธ์เช่นนี้หะรอม เนื่องจากมันเกี่ยวพันกับการที่ชายหนึ่งอยู่ตามลำพังกับหญิงหนึ่งที่ไม่ใช่มะหฺร็อม การที่เขามองดูเธอ สัมผัสเธอ จุมพิตเธอ และพูดจาออดอ้อนเธอด้วยถ้อยคำที่หยาดเยิ้มชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล ซึ่งเย้ายวนอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ ความสัมพันธ์เช่นนี้นำไปสู่สิ่งที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นมากมาย ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เราได้กล่าวไว้แล้วถึงสิ่งหะรอมต่างๆเหล่านี้ในการตอบคำถามหมายเลขที่ 84089
ประการที่ 2
จากการศึกษาวิจัยได้พบสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ส่วนมากของการแต่งงานที่อยู่บนพื้นฐานที่เริ่มต้นจากความรักระหว่างชาย-หญิงมักจะประสบกับความล้มเหลว ในขณะที่ส่วนมากของการแต่งงานที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่หะรอม คือไม่รู้จักกันมาก่อน ที่สังคมเรียกกันว่า “การแต่งงานตามประเพณี” ) (الزواج التقليدي ประสบความสำเร็จ จากการศึกษาวิจัยของนักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่ง ได้สรุปว่า การแต่งงานดูเหมือนจะประสบความสำเร็จมากกว่า เมื่อคู่สมรสมิได้ตกหลุมรักกันมาก่อนการแต่งงาน และในการศึกษาวิจัยของท่านศาตราจารย์อิสมาอีล อับดุล บารียฺ จากครอบครัว 1,500 ครอบครัว ได้ผลสรุปว่า มากกว่า 75 % ของชีวิตสมรสที่แต่งงานกันด้วยความรักมักจะจบลงด้วยการหย่าร้าง ในขณะที่ชีวิตสมรสที่“แต่งงานตามประเพณี” ซึ่งไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานของการเริ่มต้นด้วยความรัก มีการหย่าร้างกันเพียงไม่เกิน 5% เท่านั้น เราสามารถกล่าวถึงสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดผลลัพท์เช่นนี้ คือ ๑. อารมณ์ความรู้สึกได้บดบังการมองเห็นสิ่งบกพร่องของกันและกัน ดังที่เรียกกันว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” ทั้งคู่อาจจะมีข้อบกพร่องมากมายซึ่งจะทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่พวกเขาก็ปกปิดมันไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ มารู้ก็ต่อเมื่อมันออกลายแล้วหลังการแต่งงาน ๒. คู่รักอาจจะคิดว่าชีวิตคือการเดินทางอันไม่จบสิ้นของความรัก ฉะนั้นเราจึงได้เห็นว่าพวกเขาพร่ำพูดกันแต่เรื่องของความรักและฝันหวาน เป็นต้น พวกเขาไม่เคยพูดถึงปัญหาของชีวิตและวิธีที่จะแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างไร ความนึกคิดเช่นนี้จะพังพินาศลงหลังการแต่งงาน เมื่อพวกเขาได้เผชิญหน้ากับปัญหาและความรับผิดชอบมากมายเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา ๓. คู่รักไม่เคยได้โต้แย้งและถกปัญหาร่วมกัน พวกเขาเคยแต่ยอมให้กันและประนีประนอมกันเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งพอใจ บ่อยครั้งที่พวกเขาถกเถียงกันก็เพียงเพื่อเอาใจอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ดูเอาเถิด พอคล้อยหลังการแต่งงานได้ไม่นาน การถกเถียงของพวกเขากลับนำไปสู่การมีปัญหาระหว่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ทั้งคู่เคยเห็นพ้องต้องกันโดยปราศจากการโต้แย้งกันเลยเมื่อก่อนแต่งงาน ๔. ภาพที่คู่รักต่างมองเห็นและนึกฝันต่ออีกฝ่ายหนึ่งล้วนเป็นภาพจอมปลอม เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็แสดงความสุภาพอ่อนโยนและพยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งพึงพอใจ นี่เป็นภาพของคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะหยิบยื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งในช่วงที่เรียกกันว่า “ห้วงแห่งความรัก” ก่อนแต่งงาน ไม่เห็นใครจะทำเช่นนี้ตลอดชั่วชีวิตของพวกเขา ฉะนั้นภาพที่แท้จริงจะปรากฏขึ้นหลังแต่งงานกันแล้ว และก็นำไปสู่ปัญหาหนักอกมากมาย ๕. ห้วงเวลาแห่งความรักนั้น โดยปกติแล้ววางอยู่บนพื้นฐานของการเพ้อฝันและจินตนาการอันหวานชื่นซึ่ง เหมือนกับการวาดวิมานในอากาศ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ปรากฏขึ้นหลังการแต่งงาน คู่รักในห้วงเวลาแห่งความรักนั้นมีความรู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะนำจันทร์เสี้ยวมาให้นาง และเขาจะไม่มีความสุขจนกว่านางจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก หรืออะไรทำนองนั้น ในทางกลับกัน ทางด้านฝ่ายหญิง นางเต็มใจที่จะยอมร่วมหัวจมท้ายกับเขา แม้จะอยู่กับเขาในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง หรือยอมนอนกลางดินกินกลางทรายกับเขา นางไม่เรียกร้องสิ่งใดจากเขาเลยนอกจากความรักและให้ได้ครอบครองเขา ซึ่งนั่นถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับนาง บางคนก็พูดว่า “รังรักของเรานั้น ถึงจะคับแคบขนาดไหน ขอเพียงแค่ให้เราซุกหัวนอนได้ก็เพียงพอแล้ว” “ถึงเราจะไม่มั่งมี ขอเพียงแค่มีอาหารคำสองคำไปวันๆหนึ่งก็พอแล้ว(ในสำนวนไทยจะใช้ข้อความว่า “กัดก้อนกินเกลือ”) เราอยู่กันได้” “ฉันพึงพอใจแล้ว หากคุณให้เศษเนยแข็งฉันสักชิ้นหนึ่งและมะกอกสักลูกหนึ่ง”! ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรูชวนหลงใหลจริงๆ แล้วทั้งคู่ก็ลืมมันอย่างรวดเร็วหลังการแต่งงาน ฝ่ายหญิงก็จะบ่นถึงความตระหนี่ถี่เหนียวของสามีนาง และการที่เขาไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนางได้ ส่วนฝ่ายชายเองก็เริ่มบ่นถึงความต้องการอันไม่จบสิ้นของนาง บ่นถึงค่าใช้จ่ายอันมากมายที่ต้องหามาประเคนให้นาง ด้วยเหตุผลเหล่านี้และอื่นๆอีก เราจึงไม่ประหลาดใจเลยที่ทั้งคู่ต่างก็กล่าวกันหลังแต่งงานแล้วว่า ต่างฝ่ายต่างก็ถูกหลอกลวง ต่างฝ่ายต่างก็เสียใจต่อคำตักเตือนของพ่อแม่ตนที่ได้พร่ำเตือนเขาแล้ว ว่าคิดให้ดีๆก่อนอย่ารีบร้อนแต่งงานเลย แต่ทำอย่างไรได้พวกเขาไม่เชื่อฟังพ่อแม่เพราะพวกเขากำลังตกหลุมรักอยู่อย่างไม่ลืมหูลืมตา ดังนั้นผลลัพท์ก็คือสถิติการหย่าร้างที่สูงมาก ซึ่งคนทั่วไปคิดว่าชีวิตสมรสแบบนี้เป็นชีวิตสมรสที่มีความสุขที่สุดในโลก !
 ประการที่ 3
เหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้นล้วนเป็นความจริง และเกิดขึ้นในชีวิตจริงมาแล้วของหลายๆคู่ครอง แต่ทว่าเราจะต้องไม่เพิกเฉยเหตุผลที่แท้จริงในความล้มเหลวของชีวิตสมรสเช่นนี้ นั่นก็คือ การไม่เชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺ อิสลามไม่ยอมรับความสัมพันธ์อันชั่วร้ายเหล่านี้อย่างเด็ดขาด แม้ว่าเป้าหมายของมันคือการแต่งงาน เพราะฉะนั้นพวกเขาจะไม่สามารถหลบหนีการลงโทษของอัลลอฮฺได้ ดังที่อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ว่า “และผู้ใดก็ตาม ที่หันหลังออกไปจากการรำลึกถึงข้า(ไม่ยอมศรัทธา ในอัล-กุรอาน และไม่ยอมรับ ไม่ยอมทำตามคำสอนของอัล-กุรอาน) แท้จริง สำหรับเขาคือการมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก...” สูเราะฮฺ ฏอฮา : 124 ชีวิตที่ยากลำบากและทุกข์เข็นนั้นเป็นผลเนื่องมาจากการไม่เชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺ และการหันหนีไปจากวะหฺยูของพระองค์ “และถ้าหากชาวเมืองได้ศรัทธาและมีความยำเกรงกันแล้ว แน่นอน เราก็ได้เปิดบรรดาความจำเริญจากชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินแก่พวกเขา...” สูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ : 96 บรรดาความจำเริญทั้งหลายจากอัลลอฮฺนั้น เป็นรางวัลสำหรับการศรัทธาและความยำเกรง แต่ถ้าหากไม่มีการศรัทธา หรือไม่มีความยำเกรง หรือมีเพียงน้อยนิด ความจำเริญก็จะลดน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเหลืออยู่เลย “ผู้ใดกระทำความดี ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม และพวกเขาก็เป็นผู้ศรัทธา ดังนั้น แน่นอนเราจะให้ชีวิตที่ดี(ในโลกนี้)แก่พวกเขา และเราจะตอบแทนพวกเขาอย่างแน่นอน ด้วยรางวัลที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้กระทำไว้” สูเราะฮฺ อัน-นะหฺลฺ : 97 ชีวิตที่ดีเป็นผลผลิตของความศรัทธาและการกระทำดี “(ใครจะดีกว่ากัน ระหว่าง) ผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาอยู่บนความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และบนความโปรดปรานของพระองค์ หรือผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาอยู่บนริมขอบหน้าผาที่พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ แล้วมันก็พังทลายลงมาพร้อมกับเขาตกลงไปในไฟนรก และอัลลอฮฺไม่นำทางแก่กลุ่มชนผู้อธรรม” สูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ : 109 ผู้ใดที่ชีวิตสมรสของเขาวางอยู่บนพื้นฐานที่หะรอม ขอให้รีบกลับตัวกลับใจโดยเร็ว และขออภัยโทษต่อพระองค์ แสวงหาชีวิตที่ดีมีคุณธรรมซึ่งวางพื้นฐานอยู่บนความศรัทธา(อีมาน) ความยำเกรง(ตักฺวา) และการกระทำความดี(อฺะมั้ล ศอลิหฺ) โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน www.islam-qa.com คำถามหมายเลข 23420 ขออัลลอฮฺได้โปรดช่วยเหลือพวกเราทั้งหลาย ให้กระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงรักและชื่นชมโปรดปราน และอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง – วัลลอฮุ อะอฺลัม
|