• Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • default color
  • red color


Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ        

           ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
           ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ

  •  
  •  
  •  
  •  
Home arrow บ้านตักวา arrow ความรักที่ลงเอยด้วยการแต่งงาน หะรอมหรือไม่ ?
ความรักที่ลงเอยด้วยการแต่งงาน หะรอมหรือไม่ ? PDF พิมพ์ อีเมล์

http://up.stop55.com/upfiles/sFj44334.jpg

ความรักที่ลงเอยด้วยการแต่งงาน

หะรอมหรือไม่ ?

 

  ตอบคำถามโดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด
  ถอดความโดย  หัฟเศ็าะฮฺ  อัล-มุสลิมาต

ถาม :     ความรักที่ลงเอยด้วยการแต่งงาน หะรอมหรือไม่?

ตอบ :    อัล-หัมดุลิ้ลลาฮฺ


http://urdubooks.biz/urdubooks/images/DSC00211.JPG               ประการแรก  ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างชายกับหญิงที่ไม่ใช่มะหฺร็อม  จนพัฒนาขึ้นถึงขั้นที่ผู้คนทั่วไปเรียกกันว่า ความรัก นั้น  ประกอบไปด้วยสิ่งหะรอมหลายอย่างซึ่งเป็นการฝ่าฝืนชะรีอฺะฮฺและขอบเขตทางศีลธรรม

คนที่มีสติปัญญาจะไม่มีความสงสัยเลยว่า  ความสัมพันธ์เช่นนี้หะรอม  เนื่องจากมันเกี่ยวพันกับการที่ชายหนึ่งอยู่ตามลำพังกับหญิงหนึ่งที่ไม่ใช่มะหฺร็อม   การที่เขามองดูเธอ  สัมผัสเธอ  จุมพิตเธอ  และพูดจาออดอ้อนเธอด้วยถ้อยคำที่หยาดเยิ้มชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล   ซึ่งเย้ายวนอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ

ความสัมพันธ์เช่นนี้นำไปสู่สิ่งที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นมากมาย  ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

เราได้กล่าวไว้แล้วถึงสิ่งหะรอมต่างๆเหล่านี้ในการตอบคำถามหมายเลขที่ 84089   



Sample Image              ประการที่ 2

จากการศึกษาวิจัยได้พบสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า  ส่วนมากของการแต่งงานที่อยู่บนพื้นฐานที่เริ่มต้นจากความรักระหว่างชาย-หญิงมักจะประสบกับความล้มเหลว   ในขณะที่ส่วนมากของการแต่งงานที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่หะรอม คือไม่รู้จักกันมาก่อน ที่สังคมเรียกกันว่า การแต่งงานตามประเพณี     ) (الزواج التقليدي ประสบความสำเร็จ

จากการศึกษาวิจัยของนักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่ง  ได้สรุปว่า

การแต่งงานดูเหมือนจะประสบความสำเร็จมากกว่า  เมื่อคู่สมรสมิได้ตกหลุมรักกันมาก่อนการแต่งงาน    

และในการศึกษาวิจัยของท่านศาตราจารย์อิสมาอีล อับดุล บารียฺ  จากครอบครัว 1,500 ครอบครัว ได้ผลสรุปว่า  มากกว่า 75 % ของชีวิตสมรสที่แต่งงานกันด้วยความรักมักจะจบลงด้วยการหย่าร้าง  ในขณะที่ชีวิตสมรสที่แต่งงานตามประเพณี   ซึ่งไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานของการเริ่มต้นด้วยความรัก   มีการหย่าร้างกันเพียงไม่เกิน 5% เท่านั้น

เราสามารถกล่าวถึงสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดผลลัพท์เช่นนี้ คือ

๑. อารมณ์ความรู้สึกได้บดบังการมองเห็นสิ่งบกพร่องของกันและกัน  ดังที่เรียกกันว่า ความรักทำให้คนตาบอด   ทั้งคู่อาจจะมีข้อบกพร่องมากมายซึ่งจะทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้  แต่พวกเขาก็ปกปิดมันไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้    มารู้ก็ต่อเมื่อมันออกลายแล้วหลังการแต่งงาน

๒. คู่รักอาจจะคิดว่าชีวิตคือการเดินทางอันไม่จบสิ้นของความรัก  ฉะนั้นเราจึงได้เห็นว่าพวกเขาพร่ำพูดกันแต่เรื่องของความรักและฝันหวาน  เป็นต้น   พวกเขาไม่เคยพูดถึงปัญหาของชีวิตและวิธีที่จะแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างไร  ความนึกคิดเช่นนี้จะพังพินาศลงหลังการแต่งงาน  เมื่อพวกเขาได้เผชิญหน้ากับปัญหาและความรับผิดชอบมากมายเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา

๓. คู่รักไม่เคยได้โต้แย้งและถกปัญหาร่วมกัน  พวกเขาเคยแต่ยอมให้กันและประนีประนอมกันเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งพอใจ   บ่อยครั้งที่พวกเขาถกเถียงกันก็เพียงเพื่อเอาใจอีกฝ่ายหนึ่ง  แต่ดูเอาเถิด  พอคล้อยหลังการแต่งงานได้ไม่นาน   การถกเถียงของพวกเขากลับนำไปสู่การมีปัญหาระหว่างกัน  ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ทั้งคู่เคยเห็นพ้องต้องกันโดยปราศจากการโต้แย้งกันเลยเมื่อก่อนแต่งงาน

๔. ภาพที่คู่รักต่างมองเห็นและนึกฝันต่ออีกฝ่ายหนึ่งล้วนเป็นภาพจอมปลอม  เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็แสดงความสุภาพอ่อนโยนและพยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งพึงพอใจ   นี่เป็นภาพของคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะหยิบยื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งในช่วงที่เรียกกันว่า  ห้วงแห่งความรัก  ก่อนแต่งงาน  ไม่เห็นใครจะทำเช่นนี้ตลอดชั่วชีวิตของพวกเขา   ฉะนั้นภาพที่แท้จริงจะปรากฏขึ้นหลังแต่งงานกันแล้ว  และก็นำไปสู่ปัญหาหนักอกมากมาย

๕. ห้วงเวลาแห่งความรักนั้น  โดยปกติแล้ววางอยู่บนพื้นฐานของการเพ้อฝันและจินตนาการอันหวานชื่นซึ่ง  เหมือนกับการวาดวิมานในอากาศ  ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ปรากฏขึ้นหลังการแต่งงาน   คู่รักในห้วงเวลาแห่งความรักนั้นมีความรู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะนำจันทร์เสี้ยวมาให้นาง  และเขาจะไม่มีความสุขจนกว่านางจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก หรืออะไรทำนองนั้น

ในทางกลับกัน  ทางด้านฝ่ายหญิง นางเต็มใจที่จะยอมร่วมหัวจมท้ายกับเขา  แม้จะอยู่กับเขาในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง  หรือยอมนอนกลางดินกินกลางทรายกับเขา   นางไม่เรียกร้องสิ่งใดจากเขาเลยนอกจากความรักและให้ได้ครอบครองเขา  ซึ่งนั่นถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับนาง   บางคนก็พูดว่า รังรักของเรานั้น ถึงจะคับแคบขนาดไหน  ขอเพียงแค่ให้เราซุกหัวนอนได้ก็เพียงพอแล้ว    ถึงเราจะไม่มั่งมี ขอเพียงแค่มีอาหารคำสองคำไปวันๆหนึ่งก็พอแล้ว(ในสำนวนไทยจะใช้ข้อความว่า กัดก้อนกินเกลือ)  เราอยู่กันได้    ฉันพึงพอใจแล้ว หากคุณให้เศษเนยแข็งฉันสักชิ้นหนึ่งและมะกอกสักลูกหนึ่ง”!   ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรูชวนหลงใหลจริงๆ    แล้วทั้งคู่ก็ลืมมันอย่างรวดเร็วหลังการแต่งงาน   ฝ่ายหญิงก็จะบ่นถึงความตระหนี่ถี่เหนียวของสามีนาง  และการที่เขาไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนางได้  ส่วนฝ่ายชายเองก็เริ่มบ่นถึงความต้องการอันไม่จบสิ้นของนาง  บ่นถึงค่าใช้จ่ายอันมากมายที่ต้องหามาประเคนให้นาง

ด้วยเหตุผลเหล่านี้และอื่นๆอีก   เราจึงไม่ประหลาดใจเลยที่ทั้งคู่ต่างก็กล่าวกันหลังแต่งงานแล้วว่า  ต่างฝ่ายต่างก็ถูกหลอกลวง   ต่างฝ่ายต่างก็เสียใจต่อคำตักเตือนของพ่อแม่ตนที่ได้พร่ำเตือนเขาแล้ว ว่าคิดให้ดีๆก่อนอย่ารีบร้อนแต่งงานเลย    แต่ทำอย่างไรได้พวกเขาไม่เชื่อฟังพ่อแม่เพราะพวกเขากำลังตกหลุมรักอยู่อย่างไม่ลืมหูลืมตา   ดังนั้นผลลัพท์ก็คือสถิติการหย่าร้างที่สูงมาก  ซึ่งคนทั่วไปคิดว่าชีวิตสมรสแบบนี้เป็นชีวิตสมรสที่มีความสุขที่สุดในโลก !


Sample Image
                ประการที่ 3

เหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้นล้วนเป็นความจริง  และเกิดขึ้นในชีวิตจริงมาแล้วของหลายๆคู่ครอง  แต่ทว่าเราจะต้องไม่เพิกเฉยเหตุผลที่แท้จริงในความล้มเหลวของชีวิตสมรสเช่นนี้  นั่นก็คือ การไม่เชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺ   อิสลามไม่ยอมรับความสัมพันธ์อันชั่วร้ายเหล่านี้อย่างเด็ดขาด  แม้ว่าเป้าหมายของมันคือการแต่งงาน  เพราะฉะนั้นพวกเขาจะไม่สามารถหลบหนีการลงโทษของอัลลอฮฺได้   ดังที่อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ว่า

และผู้ใดก็ตาม  ที่หันหลังออกไปจากการรำลึกถึงข้า(ไม่ยอมศรัทธา ในอัล-กุรอาน และไม่ยอมรับ ไม่ยอมทำตามคำสอนของอัล-กุรอาน) แท้จริง สำหรับเขาคือการมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก...   สูเราะฮฺ ฏอฮา : 124

ชีวิตที่ยากลำบากและทุกข์เข็นนั้นเป็นผลเนื่องมาจากการไม่เชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺ  และการหันหนีไปจากวะหฺยูของพระองค์

และถ้าหากชาวเมืองได้ศรัทธาและมีความยำเกรงกันแล้ว  แน่นอน เราก็ได้เปิดบรรดาความจำเริญจากชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินแก่พวกเขา...  สูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ : 96

บรรดาความจำเริญทั้งหลายจากอัลลอฮฺนั้น  เป็นรางวัลสำหรับการศรัทธาและความยำเกรง  แต่ถ้าหากไม่มีการศรัทธา  หรือไม่มีความยำเกรง  หรือมีเพียงน้อยนิด  ความจำเริญก็จะลดน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเหลืออยู่เลย

ผู้ใดกระทำความดี  ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม  และพวกเขาก็เป็นผู้ศรัทธา  ดังนั้น แน่นอนเราจะให้ชีวิตที่ดี(ในโลกนี้)แก่พวกเขา   และเราจะตอบแทนพวกเขาอย่างแน่นอน  ด้วยรางวัลที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้กระทำไว้    สูเราะฮฺ อัน-นะหฺลฺ : 97

ชีวิตที่ดีเป็นผลผลิตของความศรัทธาและการกระทำดี

(ใครจะดีกว่ากัน  ระหว่าง) ผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาอยู่บนความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ  และบนความโปรดปรานของพระองค์   หรือผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาอยู่บนริมขอบหน้าผาที่พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ  แล้วมันก็พังทลายลงมาพร้อมกับเขาตกลงไปในไฟนรก   และอัลลอฮฺไม่นำทางแก่กลุ่มชนผู้อธรรม    สูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ : 109  

ผู้ใดที่ชีวิตสมรสของเขาวางอยู่บนพื้นฐานที่หะรอม  ขอให้รีบกลับตัวกลับใจโดยเร็ว  และขออภัยโทษต่อพระองค์   แสวงหาชีวิตที่ดีมีคุณธรรมซึ่งวางพื้นฐานอยู่บนความศรัทธา(อีมาน)  ความยำเกรง(ตักฺวา)  และการกระทำความดี(อฺะมั้ล ศอลิหฺ)

โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน www.islam-qa.com  คำถามหมายเลข 23420

ขออัลลอฮฺได้โปรดช่วยเหลือพวกเราทั้งหลาย  ให้กระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงรักและชื่นชมโปรดปราน

และอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง วัลลอฮุ อะอฺลัม   

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >